พจนานุกรมคำสแลงญี่ปุ่น: 25+ คำสแลงยอดนิยมและความหมาย (พร้อมตัวอย่าง)
พจนานุกรมคำสแลงญี่ปุ่น: 25+ คำสแลงยอดนิยมและความหมาย (พร้อมตัวอย่าง)
เมื่ออาศัยอยู่ในญี่ปุ่น คุณจะได้ยินคำศัพท์หรือคำสแลงที่ไม่เคยสอนในหนังสือเรียนบ่อยครั้ง บางคำอาจหายไปตามกาลเวลา แต่หลายคำก็ถูกรวมเข้ากับพจนานุกรมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาในชีวิตประจำวัน
บทความนี้จะเป็นพจนานุกรมคำสแลงของคุณ โดยจะแนะนำคำสแลงยอดนิยมต่างๆ ในญี่ปุ่น พร้อมความหมายและประโยคตัวอย่าง การทำความเข้าใจและใช้คำสแลงเหล่านี้จะทำให้การสนทนาของคุณกับคนญี่ปุ่นสนุกและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น มาเริ่มกันเลย!
ความสำคัญของการเรียนรู้ภาษาพูดแบบญี่ปุ่น

การเรียนรู้คำสแลงพื้นฐานบางคำจะช่วยให้บทสนทนาของคุณหลากหลายขึ้นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้การปฏิสัมพันธ์ของคุณกับคนญี่ปุ่นเป็นกันเองและสนุกสนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้เสมอว่าต้องใส่ใจสถานการณ์ การใช้คำสแลงมากเกินไปหรือในบริบททางธุรกิจที่เป็นทางการอาจให้ความรู้สึกที่ไม่ดีได้ ใช้มันอย่างชาญฉลาด!
คำสแลงทั่วไปที่ใช้บ่อย (ทุกช่วงวัย)

คำสแลงต่อไปนี้เป็นที่เข้าใจกันในคนเกือบทุกช่วงวัย
- Maji / Maji de (マジ / マジで): หมายถึง “จริงเหรอ?” หรือ “จริงดิ?”. ใช้เพื่อถามความจริงหรือเน้นย้ำบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่าง: 「マジで疲れた」(Maji de tsukareta – “เหนื่อยมากจริงๆ นะเนี่ย”)
- Chō / Meccha (超 / めっちゃ): ทั้งสองคำหมายถึง “มาก” หรือ “สุดๆ” ตัวอย่าง: 「超楽しい!」(Chō tanoshii! – “สนุกสุดๆ!”), 「めっちゃおいしい!」(Meccha oishii! – “อร่อยสุดๆ!”)
- Mukatsuku (ムカつく): เป็นคำแสดงความรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือโกรธ ตัวอย่าง: 「あの上司、ムカつく」(Ano jōshi, mukatsuku – “หัวหน้าคนนั้นน่ารำคาญสุดๆ”)
- Dame moto de (ダメ元で): หมายถึง “ลองดู แม้โอกาสล้มเหลวจะสูง” ตัวอย่าง: 「ダメ元で告白する」(Dame moto de kokuhaku suru – “จะลองสารภาพรักไป แม้ว่าอาจจะโดนปฏิเสธ”)
- Ikemen (イケメン): คำที่ใช้เรียกผู้ชายหล่อหรือเท่ คล้ายกับคำว่า “หล่อขั้นเทพ” ในภาษาไทย ตัวอย่าง: 「Aちゃんの彼氏、イケメンだよね」(A-chan no kareshi, ikemen da yo ne – “แฟนของ A จังหล่อจังเลยนะ”)
- Moto kare / Moto kano (元カレ / 元カノ): หมายถึง “แฟนเก่า (ผู้ชาย)” / “แฟนเก่า (ผู้หญิง)”
- Chin suru (チンする): หมายถึง “อุ่นอาหารในไมโครเวฟ” มาจากเสียง “ชิ้ง!” ที่ไมโครเวฟทำเมื่อเสร็จสิ้น ตัวอย่าง: 「おかず、チンして食べてね」(Okazu, chin shite tabete ne – “กับข้าวน่ะ อุ่นไมโครเวฟก่อนแล้วค่อยกินนะ”)
- Dasai (ダサい): หมายถึง “เชย”, “ล้าสมัย” หรือ “ไม่เท่” ใช้ในการวิจารณ์แฟชั่นหรือพฤติกรรม
- Hamaru (ハマる): หมายถึง “ติด” หรือ “ชอบมาก” กับบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่าง: 「最近このケーキにハマってるんだ」(Saikin kono kēki ni hamatterun da – “ช่วงนี้ฉันติดเค้กชิ้นนี้มากเลย”)
- Bibiru (ビビる): หมายถึง “กลัว”, “ตกใจ” หรือ “ตัวสั่นเพราะประหม่า” ตัวอย่าง: 「超ビビったよ!」(Chō bibitta yo! – “ฉันกลัวมากเลย!”)
คำสแลงยอดนิยมในหมู่คนหนุ่มสาว

คำสแลงต่อไปนี้มักใช้โดยคนรุ่นใหม่มากกว่า
- Emoi (エモい): มาจากคำว่า “emotional” ใช้เพื่ออธิบายบางสิ่งที่กระทบความรู้สึกหรือให้ความรู้สึกถึงอดีตที่น่าคิดถึง คล้ายกับคำว่า “อินจัด” หรือ “กินใจ” ตัวอย่าง: 「あの映画のラストシーン、エモかった!」(Ano eiga no rasuto shīn, emokatta! – “ฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนั้นอินจัดเลย!”)
- Yabai (ヤバい): คำที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุด สามารถหมายถึงในแง่ลบ (“แย่แล้ว”, “อันตราย”) หรือในแง่บวก (“เจ๋งมาก”, “สุดยอด”) คุณต้องดูบริบทและน้ำเสียง
- Uzai (ウザい): ตัวย่อของ “uzattai” หมายถึง “น่ารำคาญ”, “ก่อกวน” หรือ “ยุ่งยาก”
- Kimoi (キモい): ตัวย่อของ “kimochi warui” หมายถึง “น่าขยะแขยง” หรือ “แปลก” (ในแง่ลบ)
- Disuru (ディスる): มาจากคำว่า “disrespect” ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “ดูถูก” หรือ “ดูหมิ่น”
- Moru / Motteru (盛る / 盛ってる): หมายถึง “โอ้อวด” หรือ “ทำให้สวยขึ้น” ใช้เมื่อใครบางคนพูดเกินจริงหรือเมื่อรูปภาพดูดีกว่าของจริง (เช่น เพราะฟิลเตอร์)
- Guguru / Taguru (ググる / タグる): “Guguru” หมายถึงการค้นหาบางสิ่งบางอย่างใน Google “Taguru” หมายถึงการค้นหาบางสิ่งบางอย่างผ่านแฮชแท็กบนโซเชียลมีเดีย
- Wan-chan (ワンチャン): ตัวย่อของ “one chance” หมายถึง “มีความเป็นไปได้ (แม้จะน้อย)” หรือ “อาจจะทำได้”
- Sore na (それな): คำแสดงความเห็นด้วยที่ได้รับความนิยมมาก คล้ายกับ “นั่นแหละ”, “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” หรือ “จริงเลย”
- Torima (とりま): ตัวย่อของ “toriaezu, mā” หมายถึง “สำหรับตอนนี้” หรือ “อย่างแรกก็คือ…” ตัวอย่าง: 「とりま、カフェに入って考えよう」(Torima, kafe ni haitte kangaeyō – “อย่างแรกเลย เราไปเข้าคาเฟ่ก่อนแล้วค่อยคิด”)
คำสแลงอินเทอร์เน็ตและเกม

- (笑) / (爆笑) / www / 草 (kusa): ทั้งหมดใช้เพื่อแสดงการหัวเราะ “www” เป็นคำที่เทียบเท่ากับ “555” ในภาษาไทยมากที่สุด เนื่องจากตัวอักษร “w” ที่เรียงกันดูเหมือนหญ้า จึงเกิดคำสแลง “草” (kusa) ซึ่งหมายถึงหญ้าขึ้นมา
- (泣) (naki): ใช้เพื่อแสดงความเศร้าหรือความซาบซึ้ง คล้ายกับอีโมจิร้องไห้
- おk (ok): วิธีพิมพ์ “OK” อย่างรวดเร็ว
- 乙 (otsu): ตัวย่อของ “お疲れ様” (otsukaresama) ใช้เพื่อบอกว่า “ทำได้ดี”, “เยี่ยม” หรือ “สุดยอด” หลังจากที่ใครบางคนทำอะไรบางอย่างสำเร็จ โดยเฉพาะในเกมออนไลน์
สรุป
การทำความเข้าใจภาษาพูดจะทำให้การปฏิสัมพันธ์ของคุณกับคนญี่ปุ่นมีสีสันและสนุกสนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้เสมอว่าต้องใส่ใจสถานการณ์และคู่สนทนาของคุณ ใช้คู่มือนี้เพื่อเรียนรู้คำสแลงทั่วไปบางคำ แล้วคุณจะเข้าใกล้การพูดเหมือนเจ้าของภาษาไปอีกก้าว ขอให้สนุกกับการลองใช้!