การทำบัตรเครดิตของชาวต่างชาติยากหรือไม่? สิ่งที่จำเป็นและเคล็ดลับในการผ่านการอนุมัติ

กล่าวกันว่าการได้รับ **บัตรเครดิต** ในญี่ปุ่นนั้นยากสำหรับชาวต่างชาติ เนื่องจากต้องมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดหลายประการ เช่น การแสดงหลักฐานรายได้ที่มั่นคง และการยืนยันตัวตน อย่างไรก็ตาม การมีความรู้และการเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยให้ชาวต่างชาติสามารถทำบัตรเครดิตได้ [ภาพ: ผู้คนกำลังทำธุรกรรมบัตรเครดิต]

บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลของความยากลำบากในการทำบัตรเครดิตญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติ, คุณสมบัติของบัตรเครดิตญี่ปุ่น, และประเภทของบัตร นอกจากนี้ เราจะแนะนำสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำบัตรเครดิต และเคล็ดลับในการผ่านการอนุมัติด้วย สำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับการจัดการเงินในญี่ปุ่น หรือกำลังพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น บัตรเติมเงิน โปรดใช้บทความนี้เป็นข้อมูลอ้างอิง

เงื่อนไขสำหรับชาวต่างชาติในการทำบัตรเครดิตในญี่ปุ่น

ชาวต่างชาติที่ไม่มี **วีซ่าถาวร (Eijūken)** ก็สามารถทำบัตรเครดิตในญี่ปุ่นได้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องแสดง **เอกสารยืนยันตัวตนที่ถูกต้อง** ในญี่ปุ่น สำหรับ **ผู้มีสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษ (Tokubetsu Eijūsha)** จำเป็นต้องแสดง **ใบรับรองสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษ** ในขณะที่ **ผู้พำนักระยะกลางถึงระยะยาว** จำเป็นต้องแสดง **บัตรประจำตัวผู้พำนัก (Zairyū Kādo)**

  • ผู้มีสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษ: แสดงใบรับรองสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษ
  • ผู้พำนักระยะกลางถึงระยะยาว: แสดงบัตรประจำตัวผู้พำนัก

ชาวต่างชาติที่ไม่มีบัตรประจำตัวผู้พำนัก หรือใบรับรองสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษ และไม่มีวีซ่าถาวร น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำบัตรเครดิตทั่วไปได้ หากคุณวางแผนที่จะพำนักในญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานาน ขอแนะนำให้ขอรับเอกสารยืนยันตัวตนเหล่านี้

สำหรับการพำนักระยะสั้น แนะนำการทำบัตรเติมเงิน Vandle Card

สำหรับการพำนักระยะสั้น (ต่ำกว่า 3 เดือน) ซึ่งไม่ได้รับ **บัตรประจำตัวผู้พำนัก** คุณไม่สามารถทำบัตรเครดิตทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน หรือการจัดการเงิน **บัตรเติมเงิน Vandle Card** เป็นสิ่งที่แนะนำ Vandle Card เป็นบัตรเติมเงิน Visa ที่สามารถเริ่มใช้งานได้อย่างง่ายดายโดยการสมัครผ่านแอปพลิเคชัน บัตรเสมือน (Virtual Card) สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์จะถูกออกให้ทันทีเมื่อสมัคร และสามารถใช้สำหรับการซื้อออนไลน์ได้เช่นเดียวกับบัตรเครดิตโดยการชาร์จเงิน (ฝากเงิน) นอกจากนี้ หากมีการออกบัตรจริง คุณสามารถใช้สำหรับการช้อปปิ้งในร้านค้าจริงได้ด้วย บัตร Vandle Card สามารถใช้ได้ในร้านค้าที่รับ Visa ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดของ Vandle Card คือ **ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ หรือข้อจำกัดด้านอายุ** และสามารถทำได้ฟรีโดยทุกคน

คุณสมบัติของบัตรเครดิตญี่ปุ่น

คุณสมบัติที่ใหญ่ที่สุดของบัตรเครดิตญี่ปุ่นคือ **ความสามารถในการเลือกวิธีการชำระเงินได้อย่างอิสระด้วยบัตรเดียว** โดยทั่วไปรองรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น **ชำระเต็มจำนวน, แบ่งชำระ, และชำระแบบหมุนเวียน (Revolving Payment)** นี่เป็นสิ่งที่หาได้ยากนอกประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ในสหรัฐอเมริกา การใช้บัตรที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละวิธีการชำระเงินเป็นเรื่องปกติ และในยุโรป บัตรเดบิตกล่าวกันว่าเป็นที่นิยมมากกว่าบัตรเครดิต

เหตุผลที่ชาวต่างชาติทำบัตรเครดิตในญี่ปุ่นยาก

มี 2 เหตุผลหลักที่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นพบว่าการทำบัตรเครดิตเป็นเรื่องยาก:

1. **จำเป็นต้องแสดงหลักฐานรายได้ที่มั่นคง**: บริษัทบัตรให้ความสำคัญกับการมี **ความสามารถในการชำระเงิน** ของผู้ใช้ หากระยะเวลาพำนักในญี่ปุ่นสั้น หรือเป็นนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนสอนภาษา การอนุมัติมักยากขึ้น 2. **จำเป็นต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตน**: จำเป็นต้องแสดง **เอกสารยืนยันตัวตนสาธารณะ** เช่น ทะเบียนบ้าน หรือใบขับขี่ บัตรประจำตัวผู้พำนักได้รับการยอมรับว่าเป็นเอกสารยืนยันตัวตน แต่หากไม่มีที่อยู่ หรือวันหมดอายุการพำนักระบุไว้ การอนุมัติก็อาจไม่ผ่าน

ประเภทของระดับบัตรเครดิตญี่ปุ่น

บัตรเครดิตญี่ปุ่นมีระดับต่างๆ เช่น **บัตรทั่วไป, บัตรทอง, บัตรแพลทินัม, และบัตรดำ** ยิ่งระดับสูงขึ้น ค่าธรรมเนียมรายปีก็จะสูงขึ้น แต่บริการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมก็จะครบครันมากขึ้น และสถานะก็จะสูงขึ้นด้วย แต่การอนุมัติก็จะเข้มงวดขึ้นเช่นกัน สำหรับชาวต่างชาติ การตั้งเป้าหมายไปที่บัตรระดับสูงอาจเป็นเรื่องยาก **ขอแนะนำให้เริ่มต้นด้วยบัตรทั่วไปก่อน**

บัตรเครดิตญี่ปุ่นที่ชาวต่างชาติทำได้ง่าย

ญี่ปุ่นมีบริษัทบัตรเครดิตที่หลากหลาย แต่มีบัตรบางประเภทที่ชาวต่างชาติสามารถสมัครได้ง่าย ที่นี่ เราจะแนะนำ 3 บัตรที่แนะนำเป็นพิเศษ:

1. Rakuten Card (ราคุเท็น การ์ด)

**Rakuten Card** เป็นบัตรเครดิตที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ เนื่องจาก **ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ** และมี **อัตราการคืนคะแนน 1%** กล่าวกันว่าบัตรนี้ง่ายต่อการอนุมัติสำหรับนักเรียนต่างชาติและชาวต่างชาติ การยืนยันตัวตนเสร็จสมบูรณ์โดยการแสดงบัตรประจำตัวผู้พำนัก หรือใบรับรองสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษเมื่อรับบัตร และสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น การสมัครทางออนไลน์ก็มี **คู่มือภาษาอังกฤษ** [ภาพ: บัตร Rakuten Card]

2. EPOS Card (เอพอส การ์ด)

**EPOS Card** เป็นบัตรเครดิตที่ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า **Marui** ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดคือ **ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ** และ **ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้า** หากคุณสมัครที่ร้าน Marui คุณสามารถรับบัตรได้ในประมาณ 30 นาที และสามารถเริ่มใช้ได้ทันที แนะนำเป็นพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการบัตรอย่างเร่งด่วน

3. Saison Card (เซซอง การ์ด)

**Saison Card** เป็นบัตรเครดิตที่แนะนำสำหรับชาวต่างชาติ โดยมี **ค่าธรรมเนียมรายปีฟรีตลอดชีพ** และ **คะแนนที่ไม่หมดอายุ** คะแนนที่สะสมสามารถแลกเปลี่ยนเป็นไมล์ หรือรายการต่างๆ เช่น Amazon Gift Cards ได้ บัตรนี้สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย เช่น การชำระค่าสาธารณูปโภค, ค่าเช่า, และค่าโทรศัพท์มือถือ

สิ่งที่จำเป็นเมื่อทำบัตรเครดิต และเอกสารที่จำเป็น

สำหรับชาวต่างชาติ การแสดง **บัตรประจำตัวผู้พำนัก** เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง บริษัทบัตรจะตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น สัญชาติ, วันเดือนปีเกิด, สถานะการพำนัก, และระยะเวลาพำนัก จากบัตรประจำตัวผู้พำนักนี้ ขอแนะนำให้เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนหลายชุด เช่น **ใบขับขี่, บัตรประกันสุขภาพ, และหนังสือเดินทาง** หากมีเอกสารที่ยื่นได้มากขึ้น โอกาสในการผ่านการตรวจสอบก็จะสูงขึ้น [ภาพ: การเตรียมเอกสารที่จำเป็น]

บัตรเครดิตบางบัตรมีฟังก์ชัน **Cash Advance** (การถอนเงินสดล่วงหน้า) ซึ่งอาจต้องมีการแสดง **เอกสารพิสูจน์รายได้** หากคุณมีแผนที่จะใช้ Cash Advance โปรดทราบว่าจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม นอกจากนี้ **บัญชีธนาคารญี่ปุ่น** เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการหักเงินบัตรเครดิต ดังนั้นโปรดเปิดบัญชีธนาคารให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนทำบัตรเครดิต

เคล็ดลับในการผ่านการอนุมัติบัตรเครดิตได้ง่ายขึ้น

มีเคล็ดลับบางอย่างในการผ่านการอนุมัติบัตรเครดิตได้ง่ายขึ้นสำหรับชาวต่างชาติ:

1. เตรียมเอกสารยืนยันตัวตน นอกเหนือจากบัตรประจำตัวผู้พำนัก/ใบรับรองสิทธิ์พำนักถาวรพิเศษ

การเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนหลายชุดที่ออกในญี่ปุ่นจะช่วยให้การอนุมัติผ่านได้ง่ายขึ้น การยื่นเอกสารหลายชุดช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือของคุณ: **ใบขับขี่, บัตร My Number, หนังสือเดินทาง,** และ **บัตรยืนยันตัวตนอื่นๆ ที่ออกโดยหน่วยงานราชการ**

2. ทำงานในที่ทำงานเดียวกันเป็นเวลานาน

**ระยะเวลาการทำงาน** เป็นปัจจัยสำคัญในการตรวจสอบ การทำงานในที่ทำงานเดียวกันเป็นระยะเวลานานแสดงถึง **รายได้ที่มั่นคง** ดังนั้นโปรดพยายามทำงานในที่ทำงานเดียวกันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. สมัครเมื่อระยะเวลาพำนักที่เหลืออยู่ยาวนาน

หากระยะเวลาพำนักที่เหลืออยู่สั้น การอนุมัติจะยากขึ้น **การสมัครเมื่อระยะเวลาพำนักที่เหลืออยู่เกิน 1 ปี** ถือว่าเหมาะสมที่สุด

4. ไม่สมัครบัตรเครดิตหลายใบพร้อมกัน

การสมัครบัตรเครดิตหลายใบพร้อมกันอาจทำให้ถูกสงสัยว่า **”มีปัญหาทางการเงิน”** ดังนั้นโปรดหลีกเลี่ยงการทำเช่นนั้น ประวัติการสมัครบัตรจะถูกบันทึกไว้ 6 เดือน ดังนั้นหากถูกปฏิเสธ ให้รอ 6 เดือนก่อนสมัครใหม่

5. กำหนดวงเงิน Cash Advance (ถอนเงินสดล่วงหน้า) เป็น “0 เยน”

หากคุณไม่มีแผนที่จะใช้ฟังก์ชัน **Cash Advance** ให้กำหนดวงเงินเป็น **0 เยน** การกำหนดวงเงิน Cash Advance จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การอนุมัติยากขึ้น

3 สิ่งที่ชาวต่างชาติจำเป็นต้องมีเมื่อทำบัตรเครดิต

1. **ที่อยู่ในญี่ปุ่น**: จำเป็นต้องมีถิ่นที่อยู่ในญี่ปุ่น และที่อยู่บนบัตรประจำตัวผู้พำนักต้องตรงกับที่อยู่ในใบสมัคร 2. **บัญชีธนาคารญี่ปุ่น**: จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารญี่ปุ่นสำหรับ **การหักเงิน** บัตรเครดิต 3. **ข้อมูลติดต่อ (โทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์บ้าน)**: จำเป็นต้องลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ในญี่ปุ่น

สรุป

ชาวต่างชาติสามารถทำบัตรเครดิตญี่ปุ่นได้ หากมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข การกรอกข้อมูลที่ถูกต้อง, การเตรียมหลักฐานรายได้/ยืนยันตัวตน, และการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการสมัครหลายใบพร้อมกัน เป็นกุญแจสู่การผ่านการอนุมัติ การใช้บัตรเครดิตอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ชีวิตในญี่ปุ่นสะดวกสบายยิ่งขึ้น

หากการอนุมัติบัตรเครดิตเป็นเรื่องยาก **บัตรเดบิต** เป็นทางเลือกที่แนะนำ บัตรเดบิตสามารถทำได้ง่ายสำหรับชาวต่างชาติ เนื่องจากใช้เงินในบัญชีเท่านั้น

関連記事

この記事をシェア