อธิบายรายละเอียดหน่วยนับและวิธีการนับ “คน” ในภาษาญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติ!
คุณผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นหลายคนอาจพบว่าวิธีการนับจำนวนคน สัตว์ และสิ่งของนั้นเป็นเรื่องยาก เมื่อเทียบกับภาษาอื่นๆ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่นมีกฎเกณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ในการนับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้หน่วยนับพิเศษเมื่อนับคนเป็นสิ่งที่สำคัญ และการใช้ผิดอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดโดยไม่คาดคิด การทราบวิธีการนับที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสื่อสารที่ราบรื่น ตั้งแต่ชีวิตประจำวันไปจนถึงสถานการณ์ทางธุรกิจ
ดังนั้น บทความนี้จะแนะนำวิธีการนับจำนวนคนในญี่ปุ่นอย่างเข้าใจง่าย รวมถึงวิธีการออกเสียงและสถานการณ์การใช้ พร้อมตัวอย่างประโยคสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น [ภาพ: ผู้คนกำลังเดินและยืนเรียงกัน] ผ่านบทความนี้ โปรดเพิ่มความเข้าใจในวิธีการนับของภาษาญี่ปุ่น ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงส่วนที่ซับซ้อนเล็กน้อย
วิธีอ่านที่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีคำว่า “人” (Nin/Hito) ต่อท้ายตัวเลข

ในชีวิตประจำวันและการทำงาน เรามักมีสถานการณ์ที่ต้องนับจำนวนคน ในภาษาญี่ปุ่น เราใช้คำช่วยนับ **「人」(Nin)** ในการนับจำนวนคน เนื่องจากคำช่วยนับนี้เป็นตัวอักษรคันจิเดียวกับคำว่า “คน” จึงค่อนข้างง่ายต่อการจำ เมื่อเขียนเป็นประโยค เพียงแค่เพิ่ม 「人」ต่อท้ายตัวเลขก็เพียงพอ แต่เมื่อออกเสียง อาจรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย เนื่องจากวิธีการอ่านจะแตกต่างกันไปตามตัวเลข
ตัวอย่างเช่น **1 คน** อ่านว่า **「ひとり」(Hitori)** และ **2 คน** อ่านว่า **「ふたり」(Futari)** ซึ่งเป็นวิธีการอ่านที่พิเศษ แต่ตั้งแต่ **3 คน** จะอ่านว่า **「さんにん」(Sannin)** และ **4 คน** อ่านว่า **「よにん」(Yonin)** ซึ่งต้องใส่ใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิน 4 คน วิธีการอ่านจะง่ายขึ้นอย่างมาก **5 คน** อ่านว่า **「ごにん」(Gonin)** **6 คน** อ่านว่า **「ろくにん」(Rokunin)** และ **7 คน** อ่านว่า **「しちにん」(Shichinin)** หรือ **「ななにん」(Nananin)** โดยพื้นฐานแล้ว เพียงแค่เพิ่ม **「人」(Nin)** ต่อท้ายตัวเลขก็ใช้ได้
หน่วยนับและวิธีอ่านจำนวน “คน” ในภาษาญี่ปุ่น

เราได้สรุปวิธีการนับจำนวนคนในตารางเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
【การนับจำนวนคน】
| ตัวเลข | คันจิ | วิธีอ่าน | การออกเสียง (Rōmaji) |
| 1 คน | 一人 | ひとり | hitori |
| 2 คน | 二人 | ふたり | futari |
| 3 คน | 三人 | さんにん | sannin |
| 4 คน | 四人 | よにん | yonin |
| 5 คน | 五人 | ごにん | gonin |
| 6 คน | 六人 | ろくにん | rokunin |
| 7 คน | 七人 | しちにん/ ななにん | shichinin/ nananin |
| 8 คน | 八人 | はちにん | hachinin |
| 9 คน | 九人 | くにん/ きゅうにん | kunin/ kyuunin |
| 10 คน | 十人 | じゅうにん | jūnin |
| 100 คน | 百人 | ひゃくにん | hyakunin |
| 1000 คน | 千人 | せんにん | sennin |
| เมื่อถามจำนวนคน | 何人? | なんにん? | nannin |
《เคล็ดลับเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกเสียงและการอ่าน “人”》
- **「4 คน」** อ่านว่า **「よにん」(yonin)** เหมือนคำเดียว ไม่ใช่ **「よんにん」(yon nin)**
- **「9 คน」** มี 2 วิธีอ่าน คือ **「くにん」(kunin)** และ **「きゅうにん」(kyūnin)** ทั้งสองแบบถูกต้อง สามารถเลือกใช้แบบที่คุณชอบได้
- **「7 คน」** มี 2 วิธีอ่าน คือ **「しちにん」(shichinin)** และ **「ななにん」(nananin)** แต่หากออกเสียง **「しち」(shichi)** อาจทำให้ฟังผิดเป็น **「1」(ichi)** ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสนทนาทางโทรศัพท์ ขอแนะนำให้ใช้ **「ななにん」(nananin)**
เคล็ดลับเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์สำหรับการนับคนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการบอกที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ด้วย การจำเคล็ดลับเหล่านี้จะทำให้การสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ ราบรื่นยิ่งขึ้น
มีบางสถานการณ์ที่ใช้หน่วยนับ “名” (Mei) แทน “人”

คุณเคยถูกถามว่า **「何名様ですか? (Nanmeisama desu ka? – กี่ท่านครับ/ค่ะ?)」** ในร้านอาหารหรือไม่? ในญี่ปุ่น มีหน่วยนับ 2 หน่วยสำหรับการนับคน คือ **「人」(Nin)** และ **「名」(Mei)** ซึ่งใช้แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ [ภาพ: ตัวอย่างการใช้คำว่า 名 ในร้านอาหาร]
การออกเสียง **「名」(Mei)** นั้นง่ายมาก โดยอ่านต่อจากตัวเลข เช่น **「1 名」(Ichimei)** **「2 名」(Nimei)** **「3 名」(Sanmei)** **「4 名」(Yonmei)** ไม่จำเป็นต้องมีวิธีการอ่านพิเศษใดๆ แล้วใช้ 「人」และ 「名」แตกต่างกันในสถานการณ์ใดบ้าง? สถานการณ์หลักๆ ที่ใช้มีดังนี้:
- สถานการณ์ที่เป็นทางการ
- เมื่อสามารถระบุบุคคลได้
1. สถานการณ์ที่เป็นทางการ
**「名」(Mei)** ให้ความรู้สึกเป็นทางการมากกว่า **「人」(Nin)** ด้วยเหตุนี้ พนักงานร้านอาหารจึงถามลูกค้าว่า **「何名様ですか?」** แทนที่จะถามว่า 「何人ですか?」
2. เมื่อสามารถระบุบุคคลได้
หน่วยนับ **「名」** ยังใช้เมื่ออ้างถึงบุคคลแต่ละคน เนื่องจาก 「名」เป็นตัวอักษรคันจิที่หมายถึงชื่อบุคคล ดังนั้น จึงใช้เมื่อนับกลุ่มบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างชัดเจน หรือบุคคลเฉพาะ
ตัวอย่างเช่น สำนวนต่างๆ เช่น **「卒業生 20 名」(Sotsugyōsei 20 mei – ผู้สำเร็จการศึกษา 20 ท่าน)** หรือ **「総従業員数 100 名」(Sōjūgyōinsū 100 mei – จำนวนพนักงานทั้งหมด 100 ท่าน)**
ข้อยกเว้นของข้อ 1 และ 2
แม้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ หรือเมื่อสามารถระบุบุคคลได้ ก็มีบางสถานการณ์ที่ไม่ได้ใช้ **「名」**
「〇〇人目」 (〇〇nin-me) ที่แสดงลำดับ
เมื่อแสดงลำดับ จะใช้รูปแบบ **「〇〇人目」** เช่น **「2 人目」(Futari-me – คนที่ 2)** หรือ **「10 人目」(Jū-nin-me – คนที่ 10)** นี่คือสำนวนทั่วไปที่ใช้แสดงลำดับของบุคคล โปรดทราบว่า **ไม่ใช้ 「2 名目」(Nimei-me)**
「〇〇人前」 (〇〇nin-mae) ที่แสดงปริมาณอาหาร
เมื่อแสดงปริมาณอาหาร จะใช้ **「人」** ในรูปแบบ **「1 人前」(Ichi-nin-mae – 1 ที่)** หรือ **「2 人前」(Ni-nin-mae – 2 ที่)** นี่คือวิธีการพูดทั่วไปที่ใช้เมื่ออ้างถึงปริมาณอาหารในร้านอาหาร โปรดทราบว่า **ไม่ใช้สำนวน 「1 名前」(Ichimei-mae)**
ตัวอย่างประโยคสำหรับการนับ “人” และ “名”

เรามาดูวิธีการใช้ **「人」** และ **「名」** ที่แตกต่างกันไปตามสถานการณ์
ตัวอย่างประโยคที่ใช้ “人”
【ตัวอย่าง 1】何人家族ですか? (Nannin kazoku desu ka? – มีสมาชิกในครอบครัวกี่คน?)
【คำตอบ】5 人家族です。(Gonin kazoku desu. – มี 5 คน)
【ตัวอย่าง 2】今日ここに来る人数を教えてください。(Kyō koko ni kuru ninzū o oshiete kudasai. – โปรดบอกจำนวนคนที่จะมาที่นี่วันนี้)
【คำตอบ】3 人です。(Sannin desu. – 3 คน)
【ตัวอย่าง 3】1 人で 3 人前の寿司を食べました。(Hitori de sannin-mae no sushi o tabemashita. – ฉันกินซูชิ 3 ที่คนเดียว)
【ตัวอย่าง 4】2 人目の子供が生まれた。(Futari-me no kodomo ga umaremashita. – ลูกคนที่สองเกิดแล้ว)
ตัวอย่างประโยคที่ใช้ “名”
【ตัวอย่าง 1】何名ですか?(Nanmei desu ka? – กี่ท่านครับ/ค่ะ?)
【คำตอบ】3 名です。(Sanmei desu. – 3 ท่านครับ/ค่ะ)
【ตัวอย่าง 2】今年の卒業生は 30 名です。(Kotoshi no sotsugyōsei wa sanjūmei desu. – ผู้สำเร็จการศึกษาปีนี้มี 30 ท่าน)
【ตัวอย่าง 3】弊社から 3 名が参加します。(Heisha kara sanmei ga sanka shimasu. – มี 3 ท่านจากบริษัทของเราเข้าร่วม)
สรุป
บทความนี้ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการใช้ **「人」** และ **「名」** ซึ่งใช้แตกต่างกันไปตามสถานการณ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิธีการนับ **「人」** อาจดูซับซ้อนในตอนแรก เนื่องจากวิธีการอ่านจะเปลี่ยนไปตามจำนวนคน แต่คุณจะคุ้นเคยกับมันอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อคุณใช้มันจริงๆ
มาฝึกใช้สำนวนเหล่านี้อย่างกระตือรือร้นในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนาทักษะภาษาญี่ปุ่นให้คล่องแคล่วกันเถอะ