คู่มือฉบับสมบูรณ์เรื่อง Keigo: วิธีการใช้ภาษาให้เหมาะสมตามสถานะทางสังคมในภาษาญี่ปุ่น (พร้อมตัวอย่างและตาราง)

คู่มือฉบับสมบูรณ์เรื่อง Keigo: วิธีการใช้ภาษาให้เหมาะสมตามสถานะทางสังคมในภาษาญี่ปุ่น (พร้อมตัวอย่างและตาราง)

ในญี่ปุ่น การใช้ภาษาที่แสดงความเคารพหรือ Keigo (敬語) เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน โรงเรียน หรือในสถานการณ์ที่เป็นทางการอื่นๆ การใช้ Keigo ที่เหมาะสมจะช่วยให้การสื่อสารดีขึ้นและแสดงความเคารพของคุณ สำหรับคนไทยที่วางแผนจะทำงานหรืออาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลานาน การเข้าใจ Keigo เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

บทความนี้จะเป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์ของคุณ โดยจะเจาะลึกถึงพื้นฐานของ Keigo ความแตกต่างของแต่ละประเภท และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง พร้อมตัวอย่างประโยค มาทำความเข้าใจภาษาที่แสดงความเคารพของญี่ปุ่นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกันเถอะ!

Keigo (ภาษาที่แสดงความเคารพ) คืออะไร?

นักธุรกิจสองคนกำลังโค้งคำนับ (โอจิกิ) เพื่อแสดงความเคารพ

Keigo คือรูปแบบภาษาในภาษาญี่ปุ่นที่ใช้เพื่อแสดงความเคารพต่อคู่สนทนาหรือบุคคลที่กำลังพูดถึง การใช้งานขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับคู่สนทนาอย่างมาก เช่น เมื่อพูดคุยกับหัวหน้า ผู้อาวุโส หรือคนที่ไม่รู้จัก การเข้าใจ Keigo เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแสดงความสุภาพในสังคมญี่ปุ่น

Keigo 3 ประเภทและวิธีการแยกแยะ

แผนภาพอธิบาย Keigo สามประเภท

Keigo โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสามประเภท กุญแจสำคัญในการแยกแยะคือการดูว่า “ใครเป็นผู้กระทำ” ในประโยคนั้นๆ

1. Sonkeigo (尊敬語) – ภาษายกย่อง

Sonkeigo ใช้เพื่อยกย่องหรือให้เกียรติคู่สนทนาหรือบุคคลที่สาม คุณใช้รูปแบบภาษานี้เมื่อประธานที่กระทำกริยาเป็นคนที่คุณเคารพ (เช่น หัวหน้า, ผู้อาวุโส, ครู, ลูกค้า)

2. Kenjōgo (謙譲語) – ภาษาถ่อมตน

Kenjōgo ใช้เพื่อถ่อมตนเองหรือบุคคลภายในของคุณ (เช่น ครอบครัวหรือบริษัทของคุณ) เพื่อยกย่องคู่สนทนา คุณใช้รูปแบบภาษานี้เมื่อประธานที่กระทำกริยาคือตัวคุณเองหรือคนจากกลุ่มของคุณ

3. Teineigo (丁寧語) – ภาษาสุภาพ

Teineigo คือรูปแบบภาษาสุภาพที่ใช้กันทั่วไปในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อทำให้ประโยคฟังดูนุ่มนวลขึ้น โดยไม่ต้องยกย่องหรือถ่อมตนใคร รูปแบบนี้โดดเด่นด้วยการใช้คำลงท้าย 「です」(desu) และ 「ます」(masu)

ตารางเปรียบเทียบคำศัพท์ Keigo

รูปธรรมดา Sonkeigo (ยกย่องคู่สนทนา) Kenjōgo (ถ่อมตน) Teineigo (รูปสุภาพ)
する (suru) – ทำ なさる (nasaru) いたす (itasu) します (shimasu)
いる (iru) – อยู่ いらっしゃる (irassharu) おる (oru) います (imasu)
行く (iku) – ไป いらっしゃる (irassharu) 参る (mairu), 伺う (ukagau) 行きます (ikimasu)
来る (kuru) – มา いらっしゃる (irassharu) 参る (mairu), 伺う (ukagau) 来ます (kimasu)
会う (au) – พบ お会いになる (oai ni naru) お目にかかる (ome ni kakaru) 会います (aimasu)
見る (miru) – ดู ご覧になる (goran ni naru) 拝見する (haiken suru) 見ます (mimasu)
聞く (kiku) – ฟัง/ถาม お聞きになる (okiki ni naru) 拝聴する (haichō suru), 伺う (ukagau) 聞きます (kikimasu)
言う (iu) – พูด おっしゃる (ossharu) 申す (mōsu) 言います (iimasu)
食べる (taberu) – กิน 召し上がる (meshiagaru) いただく (itadaku) 食べます (tabemasu)
知る (shiru) – รู้ ご存じ (gozonji) 存じる (zonjiru) 知っています (shitteimasu)

แบบฝึกหัด: มาลองใช้ Keigo กันเถอะ!

หนังสือแบบฝึกหัดที่มีโจทย์ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น

ลองเปลี่ยนประโยคธรรมดาต่อไปนี้ให้อยู่ในรูป Keigo ที่เหมาะสม!

โจทย์ที่ 1: 「社長が来る。」(Shachō ga kuru. – ประธานบริษัทมา)

โจทย์ที่ 2: 「先生が給食を食べる。」(Sensei ga kyūshoku o taberu. – ครูทานอาหารกลางวัน)

โจทย์ที่ 3: 「父が写真を見る。」(Chichi ga shashin o miru. – พ่อของฉันดูรูปภาพ)

โจทย์ที่ 4: 「上司とランチを食べる。」(Jōshi to ranchi o taberu. – (ฉัน) ทานอาหารกลางวันกับหัวหน้า)

  • คำตอบ 1: 「社長がいらっしゃる。」(Shachō ga irassharu.)
    คำอธิบาย: ประธานที่กระทำกริยา (“มา”) คือ “ประธานบริษัท” ซึ่งเป็นบุคคลที่เราเคารพ ดังนั้น เราจึงใช้ Sonkeigo
  • คำตอบ 2: 「先生が給食を召し上がる。」(Sensei ga kyūshoku o meshiagaru.)
    คำอธิบาย: ประธานที่ “กิน” คือ “ครู” ซึ่งเป็นบุคคลที่เราเคารพ ดังนั้น เราจึงใช้ Sonkeigo
  • คำตอบ 3: 「父が写真を拝見する。」(Chichi ga shashin o haiken suru.)
    คำอธิบาย: ประธานที่ “ดู” คือ “พ่อของฉัน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบุคคลภายในของเรา ดังนั้น เราจึงถ่อมการกระทำของเขาด้วยการใช้ Kenjōgo
  • คำตอบ 4: 「上司とランチをいただく。」(Jōshi to ranchi o itadaku.)
    คำอธิบาย: ประธานที่ “กิน” ในประโยคนี้คือ “ฉัน” (โดยนัย) ดังนั้น เราจึงถ่อมการกระทำของเราเองด้วยการใช้ Kenjōgo

สรุป

การเข้าใจ Keigo เป็นหนึ่งในส่วนที่ยากที่สุดในการเรียนภาษาญี่ปุ่น แม้กระทั่งสำหรับคนญี่ปุ่นเองก็ตาม อย่างไรก็ตาม อย่ากลัวที่จะลอง กุญแจสำคัญคือการเริ่มต้นจากรูปแบบพื้นฐานที่สุด นั่นคือ Teineigo (รูป -masu/-desu) ด้วยการใช้ Teineigo เสมอ คุณก็ได้แสดงความสุภาพแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไปและคุณมีปฏิสัมพันธ์บ่อยขึ้น คุณจะคุ้นเคยและเริ่มใช้ Sonkeigo และ Kenjōgo ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด เพราะโดยทั่วไปแล้วคนญี่ปุ่นจะชื่นชมความพยายามของคุณในการพูดอย่างสุภาพ สู้ๆ นะ!

関連記事

この記事をシェア