รวมสแลงภาษาญี่ปุ่นที่ใช้บ่อย! พร้อมอธิบายวิธีการใช้และตัวอย่างประโยค

เมื่อคุณอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น คุณจะพบสแลงที่คนญี่ปุ่นใช้บ่อยในการสนทนาในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้เรียนรู้ในตำราภาษาญี่ปุ่น สแลงเหล่านี้บางส่วนเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสและแฟชั่น และบางส่วนถูกนำมาใช้ในพจนานุกรมในฐานะคำศัพท์ทั่วไปเมื่อเวลาผ่านไป

บทความนี้จะแนะนำสแลงที่ใช้บ่อยในญี่ปุ่น เพื่อให้คุณสามารถทำความคุ้นเคยกับมันได้ง่ายขึ้น เราจะอธิบายวิธีการใช้พร้อมตัวอย่างประโยค เพื่อให้คุณสามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน การทำความเข้าใจและใช้สแลงเหล่านี้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้ความเข้าใจภาษาญี่ปุ่นของคุณลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการสื่อสารกับคนญี่ปุ่นราบรื่นยิ่งขึ้น

มาเรียนรู้สแลงภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ!

สแลงมีบทบาทสำคัญในการทำให้การสนทนามีจังหวะที่เป็นเอกลักษณ์ และทำให้สำนวนภาษาญี่ปุ่นสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทุกที่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในญี่ปุ่น การทำความเข้าใจสแลงพื้นฐานจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำให้การสนทนาในชีวิตประจำวันมีความหลากหลายมากขึ้น การเรียนรู้สแลงจึงเป็นสิ่งที่แนะนำ แต่ **โปรดหลีกเลี่ยงการใช้คำสแลงมากเกินไป** หรือ **การใช้ในสถานการณ์ทางธุรกิจ** เนื่องจากอาจสร้างความประทับใจที่ไม่ดีได้ โปรดเลือกใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม

รายการสแลงที่เป็นที่ยอมรับในญี่ปุ่น

ด้านล่างนี้คือสแลงที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น สแลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ใช้ในหมู่วัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังถูกเข้าใจในวงกว้างด้วย

① Maji (マジ) / Maji de (マジで) (จริงๆ นะ / อย่างจริงจัง)

  • ความหมาย: หมายถึง **”Hontō ni” (本当に – จริงๆ)** โดยเป็นสแลงที่มาจากคำว่า **”Majime” (まじめ – จริงจัง)**
  • ตัวอย่าง: 「マジ? (Maji? – จริงเหรอ?)」 「マジで疲れた (Maji de tsukareta – เหนื่อยจริงๆ)」

② Chō (超) / Meccha (めっちゃ) (สุดๆ / โคตร)

  • ความหมาย: หมายถึง **”Totemo” (とても – มาก)** หรือ **”Hijō ni” (非常に – อย่างยิ่ง)** ใช้เมื่อต้องการเน้น
  • ตัวอย่าง: 「超楽しい! (Chō tanoshii! – สนุกสุดๆ!)」 「めっちゃおいしい! (Meccha oishii! – โคตรอร่อย!)」

③ Mukatsuku (ムカつく) (น่ารำคาญ / หงุดหงิด)

  • ความหมาย: แสดงความรู้สึกหงุดหงิด หรือโกรธเคือง
  • ตัวอย่าง: 「超ムカつく (Chō mukatsuku – หงุดหงิดสุดๆ)」 「あの上司、ムカつく (Ano Jōshi, mukatsuku – ไม่ชอบเจ้านายคนนั้นเลย)」

④ Dame Moto de (ダメ元で) (เสี่ยงดวง / ลองดูเผื่อได้)

  • ความหมาย: หมายถึง **”ถ้าล้มเหลวก็ไม่เสียหาย”** ใช้เมื่อตัดสินใจลองทำบางสิ่งโดยยอมรับความเสี่ยง
  • ตัวอย่าง: 「ダメ元で告白する (Dame moto de kokuhaku suru – สารภาพรักแม้รู้ว่าอาจจะล้มเหลว)」

⑤ Ikemen (イケメン) (หนุ่มหล่อ / ผู้ชายหน้าตาดี)

  • ความหมาย: คำที่ใช้เรียกผู้ชายที่มีรูปลักษณ์ดี เป็นคำย่อมาจาก **”Iketeru” (素敵な – ยอดเยี่ยม/มีสไตล์)** และ **”Men” (メンズ – ผู้ชาย)**
  • ตัวอย่าง: 「Aちゃんの彼氏、イケメンだよねー (A-chan no kareshi, Ikemen da yo ne – แฟนของคุณ A-chan หล่อจังเลยนะ)」

⑥ Moto Kare / Moto Kano (元カレ / 元カノ) (แฟนเก่า (ชาย) / แฟนเก่า (หญิง))

  • ความหมาย: หมายถึงผู้หญิง (Moto Kano) หรือผู้ชาย (Moto Kare) ที่เคยคบหากันในอดีต นอกจากนี้ยังสามารถเรียกว่า **”Moto Koibito” (元恋人 – อดีตคนรัก)** ได้ด้วย
  • ตัวอย่าง: 「元カノのことが忘れられないんだよね (Moto kano no koto ga wasurerarenain da yo ne – ฉันลืมแฟนเก่าไม่ได้เลย)」 「さっき偶然元カレに会っちゃった (Sakki gūzen moto kare ni acchatta – เมื่อกี้บังเอิญเจอแฟนเก่า)」

⑦ Chin Suru (チンする) (อุ่นในไมโครเวฟ)

  • ความหมาย: การอุ่นอาหารในเตาไมโครเวฟ มาจากเสียง **”ชิ้ง (Chin!)”** ของเตาไมโครเวฟเมื่อเสร็จสิ้น
  • ตัวอย่าง: 「冷蔵庫のおかず、チンして食べてね (Reizōko no okazu, chin shite tabete ne – อุ่นอาหารที่อยู่ในตู้เย็นแล้วกินนะ)」

⑧ Dasai (ダサい) (เชย / ไม่เท่)

  • ความหมาย: หมายถึง **”ไม่ทันสมัย”** **”รูปลักษณ์ไม่ดี”** หรือ **”ล้าสมัย”** ใช้เมื่อแฟชั่นหรือพฤติกรรมดูเก่า
  • ตัวอย่าง: 「この服、ダサいよね (Kono fuku, Dasai yo ne – เสื้อตัวนี้มันเชยจังเลยนะ)」

⑨ Hamaru (ハマる) (ติด / คลั่งไคล้)

  • ความหมาย: แสดงสถานะที่ **”คลั่งไคล้”** หรือ **”หลงใหล”** ในบางสิ่ง มักใช้กับกิจกรรมหรืองานอดิเรก
  • ตัวอย่าง: 「最近このケーキにハマってるんだ (Saikin kono kēki ni hamatterun da – ช่วงนี้ฉันติดเค้กชิ้นนี้มากเลย (อร่อยจนหยุดไม่ได้))」

⑩ Bibiru (ビビる) (ตกใจกลัว / ตื่นตระหนก)

  • ความหมาย: ใช้เมื่อรู้สึกกลัว วิตกกังวล หรือตกใจ เช่น กลัว ตื่นตระหนก หรือประหม่า
  • ตัวอย่าง: 「事故にあいそうになって、超ビビったよ! (Jiko ni aisō ni natte, chō bibitta yo! – เกือบเกิดอุบัติเหตุ ฉันตกใจมาก!)」

รายการสแลงที่คนหนุ่มสาวใช้บ่อย

คนหนุ่มสาวในญี่ปุ่นมักใช้สแลงที่เป็นเอกลักษณ์ การทำความเข้าใจสแลงเหล่านี้จะช่วยให้การสนทนาในชีวิตประจำวันสนุกสนานยิ่งขึ้น ที่นี่ เราจะแนะนำสแลงที่ใช้บ่อยในชีวิตประจำวันของคนหนุ่มสาว

① Emoi (エモい) (ซาบซึ้ง / สะเทือนอารมณ์)

  • ความหมาย: ใช้เรียกช่วงเวลาหรือสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ **รู้สึกซาบซึ้ง หรือสะเทือนอารมณ์** ส่วนใหญ่ใช้ในหมู่วัยรุ่น
  • ตัวอย่าง: 「あの映画のラストシーン、エモかった! (Ano eiga no rasutoshīn, emokatta! – ฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนั้น ซาบซึ้งจังเลย!)」

② Yabai (ヤバい) (สุดยอด / เจ๋ง)

  • ความหมาย: เดิมทีหมายถึง **”อันตราย”** หรือ **”สถานการณ์ไม่ดี”** แต่ปัจจุบันมักใช้ในความหมายเชิงบวก เช่น **”ยอดเยี่ยม”** หรือ **”น่าทึ่ง”**
  • ตัวอย่าง: 「このラーメンヤバい! (Kono rāmen yabai! – ราเม็งชามนี้อร่อยสุดๆ!)」 「これ以上あの人に関わるとヤバいよ (Kore ijō ano hito ni kakawaruto yabai yo – ยุ่งกับคนนั้นมากกว่านี้อันตรายนะ)」

③ Uzai (ウザい) (น่ารำคาญ / น่าเบื่อ)

  • ความหมาย: คำย่อของ **”Uzattai” (うざったい – น่ารำคาญมาก)** ใช้เมื่อรู้สึกไม่สบายใจต่อพฤติกรรมหรือคำพูดของใครบางคน ส่วนใหญ่มักใช้เมื่อพฤติกรรมหรือคำพูดของคนอื่นเป็นเรื่องน่าเบื่อหรือยุ่งยาก
  • ตัวอย่าง: 「あの人の話し方、マジでウザい (Ano hito no hanashikata, maji de uzai – วิธีพูดของคนนั้น น่ารำคาญจริงๆ)」 「あの上司、超ウザい (Ano Jōshi, chō uzai – เจ้านายคนนั้นน่าเบื่อสุดๆ)」

④ Kimoi (キモい) (น่าขยะแขยง / สยอง)

  • ความหมาย: ย่อมาจาก **”Kimochi warui” (気持ち悪い – น่าขยะแขยง)** ใช้เมื่อรู้สึกไม่พอใจกับรูปลักษณ์หรือพฤติกรรม ส่วนใหญ่มักใช้เพื่อแสดงอารมณ์เชิงลบ
  • ตัวอย่าง: 「あの虫、キモかった (Ano mushi, kimokatta – แมลงตัวนั้นน่าขยะแขยงจัง)」 「あのキャラクター、キモかわいいね (Ano kyarakutā, kimo kawaii ne – ตัวละครนั้นดูน่ารักแบบขยะแขยงดีนะ)」

⑤ Disuru (ディスる) (ดูถูก / นินทา)

  • ความหมาย: คำย่อของ **”Disrespect” (ดูถูก)** หมายถึง **”การดูถูก”** หรือ **”การนินทา”** คนอื่น ใช้เพื่อกล่าวถึงพฤติกรรมหรือคำพูดที่ดูถูกคนอื่น
  • ตัวอย่าง: 「Aさんが、Bさんのことディスってたよ (A-san ga, B-san no koto disutteta yo – คุณ A นินทาคุณ B)」

⑥ Moru (盛る) / Motteru (盛ってる) (เกินจริง / เพิ่มสีสัน)

  • ความหมาย: การทำให้ภาพถ่าย เรื่องราว หรือหัวข้อดู **เกินจริง** หรือ **ดูดีกว่าความเป็นจริง** มักใช้เมื่อต้องการนำเสนอตนเองให้ดูดีขึ้นบน SNS
  • ตัวอย่าง: 「今の話、絶対盛ってるでしょ! (Ima no hanashi, zettai motteru desho! – เรื่องที่เพิ่งพูดไปนั่น เวอร์เกินจริงแน่ๆ!)」 「この写真盛れてる! (Kono shashin moreteru! – รูปนี้ถ่ายออกมาดูดีมาก!)」

⑦ Guguru (ググる) / Taguru (タグル) (ค้นหาใน Google / ค้นหาออนไลน์)

  • ความหมาย: **การค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต** โดยการผันคำว่า **”Google”** ให้เป็นคำกริยา ส่วน **Taguru** หมายถึงการค้นหาข้อมูลผ่านแฮชแท็ก
  • ตัวอย่าง: 「分からなかったら自分でググってよ / タグってよ (Wakaranakattara jibun de gugutte yo / tagutte yo – ถ้าไม่รู้ก็ลองค้นหาด้วยตัวเองสิ)」

⑧ Wanchan (ワンチャン) (โอกาส / โอกาสริบหรี่)

  • ความหมาย: คำย่อของ **”One Chance” (โอกาสเดียว)** หมายถึง **”โอกาสเดียวที่อาจจะสำเร็จ”** ส่วนใหญ่มักใช้ในสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ต่ำ แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง
  • ตัวอย่าง: 「もしかしたら、ワンチャンあるかもよ! (Moshikashitara, wanchan aru kamo yo! – ไม่แน่ อาจจะมีโอกาสนะ!)」

⑨ Sore na (それな) (เห็นด้วยอย่างยิ่ง / ใช่เลย)

  • ความหมาย: ใช้เมื่อ **เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดเห็น** หรือคำพูดของคู่สนทนา ใช้บ่อยในการสนทนาในชีวิตประจำวัน และข้อความบน SNS
  • ตัวอย่าง: 「最近のアニメはクオリティ高いよね。」「それな! (Saikin no anime wa kuoriti takai yo ne. Sore na! – อะนิเมะช่วงนี้คุณภาพสูงจริง ๆ ใช่เลย!)」

⑩ Torima (とりま) (สำหรับตอนนี้ / ก่อนอื่น)

  • ความหมาย: คำย่อของ **”Toriaezu, mā” (とりあえず、まぁ)** ใช้เมื่อเสนอการดำเนินการชั่วคราว หรือการตัดสินใจที่รอดำเนินการในสถานการณ์ที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ทันที เป็นสำนวนที่ใช้บ่อยในการสนทนาและข้อความ
  • ตัวอย่าง: 「どこで食べる?」「とりま、カフェに入って考えよう。 (Doko de taberu? Torima, kafe ni haitte kangaeyō. – จะกินที่ไหนดี? สำหรับตอนนี้ เข้าไปในคาเฟ่ก่อนแล้วค่อยคิด)」

รายการสแลงออนไลน์ที่ใช้ใน SNS และเกม

สแลงที่เป็นเอกลักษณ์ถูกใช้ในเกมออนไลน์และ SNS การทำความเข้าใจสแลงเหล่านี้จะช่วยให้การสื่อสารทางออนไลน์ราบรื่นขึ้น ที่นี่ เราจะแนะนำสแลงออนไลน์ที่เป็นตัวแทนบางส่วน

① (笑) / (爆笑) / (爆) / www (LOL / LMAO)

  • ความหมาย: สัญลักษณ์หรือคำย่อที่ใช้แสดง **การหัวเราะ** ในข้อความและการสื่อสารออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสแลงออนไลน์ของญี่ปุ่น การใช้ตัวอักษร **”w”** ซ้ำๆ เพื่อแสดงการหัวเราะเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ (爆) ซึ่งย่อมาจาก (爆笑) ก็มีการใช้ด้วย
  • ตัวอย่าง: 「それマジで笑った(笑) (Sore maji de waratta (W) – เรื่องนั้นตลกจริงๆ (หัวเราะ))」

② Kusa (草) / www (LOL / That’s funny)

  • ความหมาย: สแลงที่หมายถึง **”การหัวเราะ”** เนื่องจากตัวอักษร “w” ที่ใช้ซ้ำๆ เพื่อแสดงการหัวเราะ ดูคล้ายกับหญ้า (Kusa) จึงใช้คำว่า 「草」 นอกจากนี้ยังเขียนเป็น **”www”** ด้วย
  • ตัวอย่าง: 「それはマジで草 (Sore wa maji de kusa – เรื่องนั้นโคตรตลกเลย)」

③ (泣) (Crying / Tearful)

  • ความหมาย: ใช้เพื่อแสดง **อารมณ์สะเทือนใจ** เมื่อสัมผัสฉากที่ซาบซึ้งหรือเหตุการณ์ที่น่าเศร้า เป็นสแลงออนไลน์ที่ใช้มานานในการแสดงอารมณ์ทางข้อความหรือ SNS
  • ตัวอย่าง: 「その映画、見るたびに泣ける(泣) (Sono eiga, miru tabi ni nakeru (Naki) – หนังเรื่องนี้ทำให้ฉันร้องไห้ทุกครั้งที่ดู (ร้องไห้))」

④ Okē (おk) (OK)

  • ความหมาย: ใช้เมื่อแสดง **การยอมรับ** หรือ **การอนุมัติ** เป็นการเขียนคำว่า “OK” เพื่อให้พิมพ์ได้ง่ายขึ้น มักใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อความหรือแชท
  • ตัวอย่าง: 「明日の約束、10時からでおk? (Ashita no yakusoku, jūji kara de okē? – นัดพรุ่งนี้ 10 โมง OK ไหม?)」

⑤ Otsu (乙) (ทำได้ดีมาก / ยอดเยี่ยม)

  • ความหมาย: สแลงที่หมายถึง **”Otsukaresama” (お疲れ様 – ขอบคุณที่ทำงานหนัก)** ใช้บ่อยในการแลกเปลี่ยนข้อความหรือออนไลน์ เพื่อแสดงความขอบคุณหรือยกย่องอย่างสั้นๆ
  • ตัวอย่าง: 「レポート提出乙! (Repōto teishutsu otsu! – การยื่นรายงานทำได้ดีมาก!)」

สรุป

การทำความเข้าใจสแลงภาษาญี่ปุ่นจะช่วยให้การสื่อสารกับคนญี่ปุ่นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการใช้สแลงให้เหมาะสมกับสถานการณ์เท่านั้น โปรดใช้บทความนี้เป็นข้อมูลอ้างอิง และเรียนรู้สแลงภาษาญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน

การใช้สแลงอย่างเหมาะสมในสถานการณ์ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ

関連記事

この記事をシェア