คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับ Pocket Wi-Fi ญี่ปุ่นที่แนะนำสำหรับชาวต่างชาติ!
เมื่อพำนักอยู่ในญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว หรือการศึกษาต่อ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณผู้ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนเหมือนกับที่ใช้ในประเทศแม่ การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเรื่องสำคัญ
แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีความพยายามในการพัฒนา **Free Wi-Fi Spot** แต่ก็ยังไม่เพียงพอ และบางคนอาจพบว่าวิธีการใช้ Wi-Fi นั้นเข้าใจยากเนื่องจากมีกำแพงภาษา
บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่แนะนำสำหรับคุณผู้ซึ่งเป็นชาวต่างชาติในการใช้ **อินเทอร์เน็ต** ในญี่ปุ่นอย่างสะดวกสบาย ตั้งแต่วิธีการใช้บริการ Free Wi-Fi ไปจนถึงวิธีการเลือก Pocket Wi-Fi และ SIM Card โปรดใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง
สถานการณ์ Free Wi-Fi ญี่ปุ่นและวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตของชาวต่างชาติ

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก และมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าทึ่ง อย่างไรก็ตาม อัตราการเข้าถึง Free Wi-Fi ในพื้นที่สาธารณะยังคง **ต่ำ** เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, ยุโรป, เกาหลี, และจีน แม้ว่าจะมีบริการเช่น **Japan Connected-free Wi-Fi** ที่จัดทำโดย Japan Tourism Agency และ Wi-Fi Spot ที่จัดทำโดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองต่างจังหวัด การค้นหา Free Wi-Fi อาจเป็นเรื่องยาก ซึ่งอาจทำให้การท่องเที่ยวไม่สะดวกสบาย
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมีวิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอื่น ๆ นอกเหนือจากการใช้ Free Wi-Fi ที่นี่ เราจะแนะนำ 4 วิธีหลักที่คุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นได้:
1. การใช้ Japan.Free Wi-Fi ที่จัดทำโดย Japan Tourism Agency
**「Japan. Free Wi-Fi」** เป็นบริการ LAN ไร้สายสาธารณะฟรีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่น สามารถใช้ได้ในสถานที่กว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ เช่น สนามบิน, สถานีรถไฟ, ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว, และอาคารพาณิชย์ วิธีการใช้งานง่าย: ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเฉพาะ **「Japan Connected-free Wi-Fi」** เปิดแอปพลิเคชัน และยอมรับเงื่อนไขการใช้ แอปพลิเคชันยังมีฟังก์ชันแผนที่ที่แสดงจุด Wi-Fi ที่พร้อมใช้งาน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาจุด Wi-Fi อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดที่ว่า **ระยะเวลาการเชื่อมต่อหนึ่งครั้งสูงสุด 30 นาที** แม้ว่าจะถูกตัดการเชื่อมต่อหลังจาก 30 นาที คุณสามารถเชื่อมต่อใหม่เพื่อใช้งานได้อีก 30 นาที
อ้างอิง: Japan.Free Wi-Fi
2. การใช้ Free Wi-Fi ในสถานที่ต่างๆ
ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า, และที่พักจำนวนมากให้บริการ Wi-Fi ฟรี สถานที่เหล่านี้มักมีป้ายบอก Wi-Fi แสดงอยู่ในร้านค้า วิธีการเชื่อมต่อแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ แต่โดยทั่วไป คุณต้องเลือก **SSID** ที่เกี่ยวข้องจากหน้าจอตั้งค่า Wi-Fi และป้อนรหัสผ่าน หรือลงทะเบียนที่อยู่อีเมลของคุณ มีบางสถานที่ที่ให้บริการ Free Wi-Fi สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตัวอย่างเช่น **「LAWSON Wi-Fi」** ซึ่งเป็น Wi-Fi ฟรีที่สามารถใช้ได้ในร้านสะดวกซื้อ Lawson
3. การใช้แอปพลิเคชันเชื่อมต่อ Wi-Fi 【มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน】
มีบริการแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คุณสามารถค้นหา และเชื่อมต่อกับ Free Wi-Fi Spot ในญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย บริการเหล่านี้มีตั้งแต่แบบฟรีไปจนถึงแบบเสียเงิน ตัวอย่างเช่น **「Town Wi-Fi (タウンWiFi)」** เป็นแอปพลิเคชันเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่เชื่อมต่อคุณกับ Free Wi-Fi Spot โดยอัตโนมัติในสถานที่ประมาณ 200,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ **「Wi2 300」** เป็นบริการแอปพลิเคชันแบบเสียเงินที่เป็นตัวแทน โดยมีค่าบริการรายเดือน 362 เยน (ไม่รวมภาษี) และมี **Passport แบบเติมเงิน** สำหรับชาวต่างชาติ (เช่น 1,340 เยน (ไม่รวมภาษี) สำหรับ 14 วัน)
4. การใช้ Pocket Wi-Fi หรือ Prepaid SIM
หากคุณไม่ต้องการค้นหา Free Wi-Fi หรือต้องการสภาพแวดล้อมอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยและเสถียรมากขึ้น ขอแนะนำให้ใช้ **Pocket Wi-Fi** หรือ **Prepaid Data Communication SIM Card** Pocket Wi-Fi หรือที่เรียกว่า Mobile Wi-Fi Router เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่มี SIM Card อยู่ภายใน และให้บริการเชื่อมต่อ Wi-Fi โดยใช้การสื่อสารข้อมูลมือถือ Pocket Wi-Fi มีประโยชน์ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลายเครื่อง เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, และ PC กับอินเทอร์เน็ตเมื่ออยู่นอกบ้าน สำหรับการพำนักระยะสั้น หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้ **การเช่า Pocket Wi-Fi** เป็นสิ่งที่แนะนำ
**Prepaid Data Communication SIM Card** เป็นบริการที่คุณสามารถซื้อปริมาณข้อมูลล่วงหน้า และใช้ได้ตามที่ต้องการ การ์ดเหล่านี้ใช้ได้โดยการใส่ในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตที่เป็น SIM-free
ญี่ปุ่นมีบริการเช่า Pocket Wi-Fi และ Prepaid SIM Card สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนถัดไป
Pocket Wi-Fi ญี่ปุ่นราคาเท่าไหร่?

เมื่อใช้ Pocket Wi-Fi ในญี่ปุ่น มี 2 ทางเลือกหลัก: **การทำสัญญาบริการรายเดือน** และ **การใช้บริการเช่าสำหรับการใช้งานระยะสั้น** สำหรับบริการรายเดือน ราคาแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการ และคุณสมบัติของอุปกรณ์ แต่โดยทั่วไป แผนที่มีขีดจำกัดปริมาณข้อมูลจะอยู่ที่ประมาณ **3,000–4,000 เยน** ต่อเดือน สำหรับแผนที่ไม่มีขีดจำกัดปริมาณข้อมูล ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ **4,000–6,000 เยน** ต่อเดือน [ภาพ: Pocket Wi-Fi และบัตรเครดิต]
บริการเช่า Pocket Wi-Fi มักมีการกำหนดราคาต่อวัน โดยมีราคาประมาณ **500–1,000 เยน** ต่อวัน โดยทั่วไป ยิ่งระยะเวลาการใช้งานนานเท่าไหร่ ราคาต่อวันก็จะยิ่งถูกลง Pocket Wi-Fi ที่เช่ามักเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม โปรดระวังว่าผู้ให้บริการบางรายอาจกำหนดให้มีการ **วางเงินมัดจำ (Deposit)** เมื่อเช่า หรือมีค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับบริการเสริม สิ่งสำคัญคือการเลือกแผนที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ โดยการตรวจสอบเนื้อหาบริการอย่างรอบคอบ
Pocket Wi-Fi และ SIM Card: ควรเลือกแบบไหนดี?

Pocket Wi-Fi และ SIM Card เป็นวิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่สะดวกทั้งคู่ โปรดทำความเข้าใจคุณสมบัติของแต่ละประเภท และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
| รายการ | Pocket Wi-Fi | SIM Card |
|---|---|---|
| ราคา | ค่อนข้างสูง | ค่อนข้างถูก |
| การตั้งค่าเริ่มต้น | ง่าย | ค่อนข้างยุ่งยาก |
| จำนวนอุปกรณ์ | เชื่อมต่อได้หลายเครื่อง | 1 เครื่องเท่านั้น |
| แบตเตอรี่ | จำเป็นต้องชาร์จ | ไม่จำเป็น |
| ความครอบคลุมพื้นที่ | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ |
| ระยะเวลาการใช้งาน | เช่า/รายเดือน | เติมเงิน/รายเดือน |
| การสนับสนุนภาษาต่างประเทศ | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ | ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ |
| โรมมิ่งระหว่างประเทศ | ไม่สามารถทำได้ | สามารถทำได้ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ) |
ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของ **Pocket Wi-Fi** คือความสามารถในการ **แชร์การเชื่อมต่อ Wi-Fi** กับอุปกรณ์หลายเครื่อง (สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, PC) ด้วยอุปกรณ์เดียว และการตั้งค่าก็ง่าย ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี นอกจากนี้ บริการเช่า Pocket Wi-Fi ส่วนใหญ่มักมีคำอธิบายที่สุภาพ และมีให้บริการเป็นภาษาต่างประเทศด้วย
ในทางกลับกัน เสน่ห์ของ **SIM Card** คือความสะดวกในการใช้การสื่อสารข้อมูลมือถือ เพียงแค่เสียบเข้ากับสมาร์ทโฟนที่เป็น SIM-free คุณไม่จำเป็นต้องพกพาอุปกรณ์เพิ่มเติม และสามารถเลือกปริมาณข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น เนื่องจากมีการกำหนดราคาที่เรียบง่ายและเข้าใจง่าย จึงช่วยลดความเสี่ยงของการถูกเรียกเก็บเงินจำนวนมากจากการใช้จ่ายเกินตัว
ต่อไปนี้คือข้อแนะนำในการเลือก Pocket Wi-Fi หรือ SIM Card ตามรูปแบบการเดินทาง:
Pocket Wi-Fi เหมาะสำหรับใคร?
- ผู้ที่เดินทางเป็นครอบครัว หรือเป็นกลุ่ม (ไม่ใช่คนเดียว)
- ผู้ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ที่พัก
- ผู้ที่ใช้ PC หรือแท็บเล็ตบ่อยนอกเหนือจากสมาร์ทโฟน
- ผู้ที่ให้ความสำคัญกับความเร็วและความเสถียรของสัญญาณ
SIM Card เหมาะสำหรับใคร?
- ผู้ที่เดินทางคนเดียว หรือเดินทางบ่อย
- ผู้ที่ต้องการลดปริมาณสัมภาระให้มากที่สุด
- ผู้ที่ต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตทันทีด้วยการตั้งค่าที่เรียบง่าย
- ผู้ที่ต้องการเลือกปริมาณข้อมูลและระยะเวลาได้อย่างอิสระ
โปรดเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการเดินทางของคุณ
เมื่อเลือก Pocket Wi-Fi ควรตรวจสอบความเร็วในการสื่อสาร

เมื่อเลือก Pocket Wi-Fi นอกเหนือจากราคาและพื้นที่ให้บริการแล้ว **ความเร็วในการสื่อสาร** ก็เป็นจุดสำคัญที่ควรตรวจสอบ ความเร็วในการสื่อสารของ Pocket Wi-Fi จะแสดงด้วย 2 ตัวบ่งชี้: **ความเร็ว Downstream (ดาวน์โหลด)** และ **ความเร็ว Upstream (อัปโหลด)** โดยทั่วไป **ความเร็ว Downstream** จะได้รับความสำคัญมากกว่า [ภาพ: หน้าจอแสดงความเร็ว Downstream และ Upstream]
หากมีการระบุว่า **「Downstream 〇〇 Mbps」** นั่นคือความเร็วในการดาวน์โหลด ตัวเลขที่สูงขึ้นหมายถึงความสามารถในการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยความเร็วที่สูงขึ้น สำหรับการรับชมวิดีโอ, การดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน, และการเล่นเกมออนไลน์ ความเร็ว Downstream ที่สูงขึ้นจะทำให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น Pocket Wi-Fi มีแนวโน้มที่จะมีความเร็ว Downstream ที่สูงกว่า SIM Card
ความเร็วที่จำเป็นแตกต่างกันไปตามสถานการณ์การใช้งาน โปรดใช้ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นข้อมูลอ้างอิง:
เกมออนไลน์ต้องการ 30 Mbps ขึ้นไป
เกมออนไลน์ที่ต้องมีการสื่อสารแบบ Real-time ต้องการความเร็วในการสื่อสารที่เสถียรและรวดเร็ว สำหรับเกมประเภทการต่อสู้ ควรมีความเร็ว Downstream **30 Mbps ขึ้นไป** นอกจากนี้ ความเร็ว Upstream ก็มีความสำคัญในการเล่นเกม โดยต้องการความเร็ว 10 Mbps ขึ้นไป
การรับชมวิดีโอและการประชุมออนไลน์ต้องการประมาณ 10–20 Mbps
สำหรับการใช้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง เช่น YouTube และ Netflix หรือการประชุมออนไลน์ เช่น Zoom และ Skype ความเร็ว Downstream ประมาณ **10–20 Mbps** ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานโดยไม่มีความล่าช้าที่สำคัญ
การรับชมเว็บไซต์ และอีเมล/LINE เพียง 1 Mbps ก็เพียงพอ
สำหรับการเรียกดูเว็บไซต์ที่เน้นข้อความและรูปภาพ เช่น บล็อกข่าว ความเร็ว Downstream ประมาณ **1 Mbps** ก็ไม่มีปัญหา เครื่องมือสื่อสาร เช่น อีเมลและ LINE ไม่ต้องการความเร็วในการสื่อสารที่สูงมาก หากการสื่อสารเน้นข้อความ
โปรดเลือก Pocket Wi-Fi ที่มีความเร็วเพียงพอ โดยคำนึงถึงบริการอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้บ่อย นอกจากความเร็วแล้ว ควรตรวจสอบปัจจัยอื่นๆ โดยรวม เช่น พื้นที่ให้บริการ, ราคา, และอายุแบตเตอรี่ด้วย
9 Pocket Wi-Fi ที่แนะนำสำหรับชาวต่างชาติ

ที่นี่ เราจะแนะนำ **9 Pocket Wi-Fi** ที่แนะนำเป็นพิเศษ โปรดค้นหาสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับความต้องการของคุณ โดยการเปรียบเทียบคุณสมบัติ, แผน, ราคา, และการสนับสนุนภาษาต่างประเทศ:
| ชื่อบริการ | คุณสมบัติ |
|---|---|
| NETAGE | เหมาะสำหรับการเช่าระยะสั้น ไม่มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น/ดำเนินการ |
| Global Mobile | ปริมาณข้อมูลไม่จำกัด ความเร็ว Downstream สูงสุด 988 Mbps |
| GIGA Wi-Fi | ใช้งานได้ใน 134 ประเทศ/ภูมิภาคทั่วโลก |
| Wi-Fi Rental.com (WiFiレンタルどっとこむ) | สามารถรับ/คืนที่สนามบินได้ เหมาะสำหรับการใช้งาน 30 คืน/31 วัน |
| Dare Demo Wi-Fi (誰でもWi-Fi) | ไม่ต้องมีการตรวจสอบ สามารถทำสัญญาได้ด้วยบัตรประจำตัวและบัญชีธนาคารเท่านั้น |
| Doko Yori mo Prepaid Wi-Fi (どこよりもプリペイドWiFi) | สามารถใช้ได้ตามระยะเวลาที่ต้องการเท่านั้น ข้อมูลที่เหลือจะได้รับคืน |
| Recharge Wi-Fi (リチャージWiFi) | รูปแบบการซื้อขาด เมื่อใช้หมดแล้วสามารถเติมเงินได้ |
| Cloud Wi-Fi (クラウドWiFi) | สามารถแลกเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ฟรีในกรณีที่มีปัญหา ใช้งานได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ |
| ZEUS Wi-Fi | สามารถใช้บริการได้ในราคาเริ่มต้น 980 เยนต่อเดือน (พร้อมเงื่อนไข) |
1. NETAGE
**NETAGE** ไม่มีข้อจำกัด 2 ปี และไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก นอกจากนี้ ยังไม่มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น หรือค่าธรรมเนียมการดำเนินการ สามารถสมัครออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย และเริ่มใช้งานได้เร็วที่สุดในวันถัดไป มีแผนการเช่าตั้งแต่วันเดียวไปจนถึงไม่จำกัดปริมาณข้อมูล และรองรับผู้ให้บริการเครือข่ายที่หลากหลาย (SoftBank, docomo, au, Ymobile) การคืนสินค้าก็ง่าย โดยเพียงแค่ส่งทางไปรษณีย์ในญี่ปุ่น NETAGE เหมาะสำหรับการพำนักระยะสั้น, การเดินทางภายในประเทศ, หรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ
2. Global Mobile
**Global Mobile** ให้ Pocket Wi-Fi ที่ใช้ SoftBank 4G LTE พร้อม **ปริมาณข้อมูลไม่จำกัด** ในราคาที่สมเหตุสมผล จุดที่น่าสนใจที่สุดคือปริมาณข้อมูลไม่จำกัด และสามารถสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ถูกตัดการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ยังมีความเร็ว Downstream สูงสุดถึง 988 Mbps และแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องประมาณ 12 ชั่วโมง
3. GIGA Wi-Fi
**GIGA Wi-Fi** เป็น Cloud Pocket Wi-Fi ที่ได้รับความสนใจในสื่อต่างๆ จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ **พื้นที่การใช้งานที่กว้างขวาง** โดยสามารถใช้ได้ไม่เพียงแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึง 134 ประเทศ/ภูมิภาคทั่วโลกด้วย รองรับเครือข่าย SoftBank, docomo, และ au โดยมีปริมาณข้อมูลที่สูง ซึ่งช่วยให้คุณสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับขีดจำกัดปริมาณข้อมูล
4. Wi-Fi Rental.com (WiFiレンタルどっとこむ)
**Wi-Fi Rental.com** อนุญาตให้เช่าได้ตั้งแต่วันเดียว และมีราคาที่สมเหตุสมผลมากสำหรับการเช่าระยะยาว (เช่น 30 คืน/31 วัน) มีตัวเลือกปริมาณข้อมูลตั้งแต่ 5 GB ไปจนถึงไม่จำกัด **จำนวนสนามบินที่สามารถรับ/คืน** ได้นั้นมากที่สุดในอุตสาหกรรม ทำให้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คุณสามารถรับ Wi-Fi ทันทีที่มาถึงญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสามารถรับที่ร้านสะดวกซื้อ และคืนทางไปรษณีย์ได้ด้วย
5. Dare Demo Wi-Fi (誰でもWi-Fi)
**Dare Demo Wi-Fi** ช่วยให้สามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อม Wi-Fi ได้อย่างง่ายดาย **โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ หรือบัตรเครดิต** คุณสามารถทำสัญญาได้ด้วยบัตรประจำตัว และบัญชีธนาคารเท่านั้น บริการนี้ไม่มีข้อจำกัดปริมาณข้อมูลต่อวัน และใช้เครือข่าย UQ WiMAX ซึ่งให้การเชื่อมต่อที่เสถียร การไม่ต้องมีการตรวจสอบเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุด ซึ่งช่วยให้ชาวต่างชาติที่เพิ่งมาญี่ปุ่น หรือผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว
6. Doko Yori mo Prepaid Wi-Fi (どこよりもプリペイドWiFi)
**Doko Yori mo Prepaid Wi-Fi** เป็นบริการ Prepaid Wi-Fi ที่คุณสามารถ **ซื้อปริมาณข้อมูลและระยะเวลาที่ต้องการ** โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบล่วงหน้า หรือขั้นตอนที่ยุ่งยาก รองรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลาย (บัตรเครดิต, หักบัญชีโดยตรง, เก็บเงินปลายทาง, ชำระภายหลัง) คุณสามารถเลือกแผนที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ และไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก ทำให้คุณสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ นี่เป็นบริการในอุดมคติสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงสัญญาผูกมัดระยะยาว
7. Recharge Wi-Fi (リチャージWiFi)
**Recharge Wi-Fi** เป็นรูปแบบการ **ซื้อขาด** ที่แนะนำ **ไม่ต้องมีสัญญาที่ยุ่งยาก** ไม่ต้องมีค่าบริการรายเดือน และคุณสามารถซื้อปริมาณข้อมูลเพิ่มเติมได้เมื่อใช้หมด ระยะเวลาใช้งานของปริมาณข้อมูลที่ซื้อคือ 1 ปี และข้อมูลที่เหลือสามารถนำไปใช้ในปีถัดไปได้ นอกจากนี้ยังมีแผนการซื้อปริมาณข้อมูลสำหรับ **ใช้งานในต่างประเทศ** 30 ประเทศ และจะสลับกลับเป็นการสื่อสารในประเทศโดยอัตโนมัติเมื่อกลับมา การรองรับวิธีการชำระเงินที่หลากหลายก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
8. Cloud Wi-Fi (クラウドWiFi)
**Cloud Wi-Fi** ไม่มีข้อจำกัดสัญญา และไม่มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการใช้อินเทอร์เน็ตได้ภายในขีดจำกัดปริมาณข้อมูลต่อเดือน จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ **การรับประกันอุปกรณ์** โดยมีแผนการเปลี่ยนอุปกรณ์ฟรีในกรณีที่เกิดความเสียหาย หรือน้ำเข้า และแผนการครอบคลุมปัญหาทั้งหมด (สูญหาย, ถูกขโมย, แบตเตอรี่เสื่อม) ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน สามารถใช้ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
9. ZEUS Wi-Fi
**ZEUS Wi-Fi** กำลังจัดแคมเปญครบรอบการเปิดตัวแผนใหม่ โดยมีการลดราคาอย่างมากสำหรับค่าบริการรายเดือน (เริ่มต้น 980 เยนต่อเดือน, มีข้อจำกัดสัญญา) สำหรับผู้ที่คาดว่าจะใช้งานนานกว่า 2 ปี ราคาที่คุ้มค่านี้ถือเป็นทางเลือกที่แนะนำ
สรุป

Pocket Wi-Fi เป็นวิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่แนะนำในญี่ปุ่น แต่การใช้ Free Wi-Fi หรือ SIM Card ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง
สำหรับการพำนักระยะสั้น เช่น การท่องเที่ยว หรือการเดินทางเพื่อธุรกิจ บริการเช่า Pocket Wi-Fi จะสะดวกกว่า Pocket Wi-Fi มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตที่ที่พัก หรือเดินทางเป็นกลุ่ม
ในทางกลับกัน SIM Card เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางคนเดียว หรือพำนักระยะยาว เนื่องจากสามารถเลือกปริมาณข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น และมีความคุ้มค่าสูง แม้ว่า Free Wi-Fi ของญี่ปุ่นจะยังไม่ครอบคลุม แต่สามารถใช้ได้ในสถานที่ท่องเที่ยว และอาคารพาณิชย์ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือน การใช้แอปพลิเคชันช่วยให้สามารถค้นหา Free Wi-Fi Spot ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น [ภาพ: การทำงานกับ Pocket Wi-Fi]
การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมอินเทอร์เน็ตในระหว่างการพำนักในญี่ปุ่นอย่างเหมาะสม โดยการใช้ Pocket Wi-Fi, SIM Card, และ Free Wi-Fi อย่างชาญฉลาด จะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับชีวิตอินเทอร์เน็ตที่สะดวกสบาย